พระราชบัญญัติโรงเรียนนายร้อยตำรวจ
พระราชบัญญติ หรือ บทบัญญัติแห่งกฎหมายที่พระมหากษัตริย์ทรงตราขึ้น โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา โดยเนื้อหาของพระราชบัญญัตินั้นจะกำหนดเนื้อหาในเรื่องใดก็ได้แต่ต้องไม่ขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญ นั่นเองครับ โรงเรียนนายร้อยตำรวจเอง ก็มีพระราชบัญญัติโรงเรียนนายตำรวจเช่นเดียวกัน ซึ่งพี่บัสจะขอแชร์ข้อมูลในเรื่องนี้ ดังนี้ครับ
การประกาศใช้พระราชบัญญัติ
- พ.ศ. 2444 จัดตั้งโรงเรียนนายร้อยตำรวจ โดยพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อให้การศึกษาอบรมแก่ข้าราชการตำรวจ
-
พ.ศ. 2517 มีตราพระราชบัญญัติกำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการตำรวจจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจให้ได้รับปริญญา เช่นเดียวกับผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยอื่น
- พ.ศ. 2542 เพื่อให้การบริหารจัดการ ผลิตบุคคลากรวิชาชีพตำรวจเป็นไปอย่างเสรีภาพด้านวิชาการและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสภาการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้กำหนดสถานภาพของโรงเรียนนายร้อยตำรวจให้เป็นสถานศึกษาเฉพาะทางด้านวิชาชีพตำรวจที่จัดการศึกษาระดับปริญญา
พระราชบัญญัติโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ฉบับปี พ.ศ. 2551
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 เป็นปีที่ 63 ในรัชกาลปัจจุบัน ในเอกสารพระบรมราชโองการ ได้ระบุว่า
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้
- “โรงเรียน” หมายความว่า โรงเรียนนายร้อยตำรวจ
- “สภาการศึกษา” หมายความว่า สภาการศึกษาโรงเรียนนายร้อยตำรวจ
- “สภาคณาจารย์” หมายความว่า สภาคณาจารย์โรงเรียนนายร้อยตำรวจ
มาตรา 5 ให้โรงเรียนเป็นสถาบันอุดมศึกษาเฉพาะทางของรัฐที่จัดการศึกษาระดับปริญญาตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติและเป็นส่วนราชการในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มาตรา 6 ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
นอกจากนี้ พระราชบัญญัติโรงเรียนนายร้อยตำรวจมีทั้งหมด 35 มาตรา ได้แบ่งออกเป็น 6 หมวดหมู่หลัก ดังนี้
หมวด 1 บททั่วไป
เกี่ยวกับวัตถุประสงค์ การบริหารจัดการ การเรียนการสอน หลักสูตร บุคลากรต่างๆ การเงินและงบประมาณ
หมวด 2 การดำเนินการ
เกี่ยวกับสภาการศึกษา นโยบายและแผนการพัฒนาด้านต่างๆ โดยได้กำหนดให้มี
- นายกสภาการศึกษา ดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี ไม่เกิน 2 วาระ
- อุปนายกสภาการศึกษา (ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ) ดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี ไม่เกิน 2 วาระ
- กรรมการสภาการศึกษา ได้แก่
• เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา
• เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน
• ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ
• ประธารกรรมการส่งเสริมกิจการโรงเรียน
• ประธานสภาคณาจารย์ - กรรมการสภาการศึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 9 คน ในแขนงวิชาต่างๆ ดังนี้
• นิติศาสตร์
• รัฐศาสตร์
• เศรษฐศาสตร์
• รัฐประศาสนศาสตร์
• อาชญาวิทยา
• การบริหารงานยุติธรรม
• นิติวิทยาศาสตร์
• เทคโนโลยีสารสนเทศ - ผู้บัญชาการโรงเรียนเป็นกรรมการและเลขานุการ
หมวด 3 ตำแหน่งทางวิชาการ
เกี่ยวกับตำแหน่งคณาจารย์ประจำของโรงเรียน โดยมีการใช้คำนำหน้านามเพื่อแสดงวิทยฐานะ ดังนี้
- ศาสตราจารย์ อักษรย่อ ศ.
- ศาสตราจารย์พิเศษ อักษรย่อ ศ.(พิเศษ)
- รองศาสตราจารย์ อักษรย่อ รศ.
- รองศาสตราจารย์พิเศษ อักษรย่อ รศ. (พิเศษ)
- ผู้ช่วยศาสตราจารย์ อักษรย่อ ผศ.
- ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ อักษรย่อ ผศ.(พิเศษ)
หมวด 4 ปริญญาและเครื่องหมายวิทยฐานะ
เกี่ยวกับปริญญาและเครื่องหมายวิทยฐานะของโรงเรียน ได้แก่
- ปริญญาเอก ดุษฎีบัณฑิต (ด.)
- ปริญญาโท มหาบัณฑิต (ม.)
- ปริญญาตรี บัณฑิต (บ.)
หมวด 5 บทกำหนดโทษ ในการแอบอ้าง
หมวดเฉพาะกาล ว่าด้วยระเบียบปฎิบัติของผู้ดำรงตำแหน่งในด้านต่างๆ อ่านฉบับเต็ม
แน่นอนครับว่าในการเตรียมตัวติวสอบนายสิบตำรวจสำหรับน้องๆ ที่อยากเป็นตำรวจนั้น ข้อมูลเหล่านี้จำเป็นที่จำต้องรับทราบ การเป็นข้าราชการตำรวจที่ดี นอกจากจะต้องเชี่ยวชาญมีทักษะ ต้องมีความชาญฉลาดและมีความรู้รอบตัวด้วยครับ
สำหรับบทนี้ พี่บัสฝากไว้ให้เป็นข้อมูลแก่น้องๆ ที่อยากเป็นนายสิบตำรวจ และนายสิบตำรวจหญิง พี่บัสเป็นกำลังใจให้ทุกคนได้ผ่านการคัดเลือก เต็มที่กับการเตรียมตัวในทุกด้านครับ อย่าลืมกดติดตามทุกช่องทางการสื่อสารผ่านโซเชียมีเดียของพี่บัสเอาไว้ จะได้ไม่พลาดทุกข้อมูลสำคัญที่พี่บัสได้นำมาสรุปเข้มกันครับ
หากสนใจคอร์สติวหวังผล
ติวสอบตำรวจคอร์สติวหวังผลปี 2564 คลิก !!!



